Top Ad unit 728 × 90

ข่าวเกษตร :

random

การเพาะปลูกฝรั่ง (Guava)




การเพาะปลูกฝรั่ง

ฝรั่งเป็นต้นไม้ที่เลี้ยงดูง่าย ปลูกได้แม้ในกระถาง เพียงแค่ไปซื้อต้นฝรั่งมา ชอบพันธุ์ไหนก็เลือกตามความต้องการ ต้นไม้ที่ซื้อ ถ้าจะให้ดี ต้องเป็นฝรั่งที่ตอนมา จะปลูกและได้ผลเร็วกว่าปลูกเมล็ด เพียงแค่เตรียมดิน ให้พร้อมก็สามารถลงปลูกได้ทันที

ฝรั่งมีชื่อท้องถิ่นที่แตกต่างกันไป ได้แก่
ภาคกลาง : ฝรั่ง, สีดา (นครปฐม)
ภาคเหนือ : ฝรั่ง, มะก้อย (เชียงใหม่) ก้อยกา มะมั่น มะกา (แม่ฮ่องสอน) มะจีน (ตาก) ยะริง (ละว้า-เชียงใหม่)
ภาคอีสาน : ฝรั่ง, สีดา (นครปฐม)
ภาคใต้ : ฝรั่ง ยามู ย่าหมู่, จุ่มโป่ (สุราษฎร์ธานี) ชมพู (ปัตตานี) มะมู เตปันยา (นราธิวาส)
อนุกรมวิธานของฝรั่ง
Kingdom : Plantae
Division : Spermatophyta
Class : Angiospermae
Order : Myrtiflorae
Family : Myrtaceac
Genus : Psidium
Spccies : Guajava

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
        1. ราก เป็นระบบรากแก้ว แตกเป็นรากแขนงจำนวนมาก และหยั่งลึกได้มากกว่า 2-5 เมตร
        2.ลำต้น เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เป็นทรงพุ่ม สูงประมาณ 3-10 เมตร แตกกิ่งก้านบริเวณใกล้โคนต้น มีการแตกหน่อจากรากบริเวณใกล้กับลำต้น เปลือกมีสีน้ำตาลอมแดงหรือน้ำตาลอมเขียว เปลือกลอกออกเมื่อลำต้นแก่ กิ่งอ่อนมีปีกเล็ก ทำให้กิ่งมีรูปเป็นสี่เหลี่ยม กิ่งอ่อนมีสีเขียวอมเหลืองหรือแดงเข้ม มีขนปกคลุมหนาแน่น และจะหลุดหายเมื่อกิ่งแก่ กิ่งแก่สีน้ำตาลอมแดงไม่มีขนปกคลุม
        3. ใบ เป็นไม้ประเภทใบคู่ ใบอ่อนมีสีเขียว ผิวใบมีลักษณะไม่เรียบ มีขนอ่อนปกคลุม แตกออก 2 ใบ จากกิ่งตรงข้ามกัน ด้านบนใบมีร่องลึก แผ่นใบเป็นรูปไข่ ปลายมน กว้าง 3-7 เซนติเมตร ยาว 5-15 เซนติเมตร ด้านหลังใบเรียบ ด้านท้องใบมีขนอ่อนปกคลุม มีเส้นใบมองเห็นชัด เป็นนูนขึ้นมา ฐานใบโค้ง ขอบใบเรียบ และมีขอบโปร่งใส


ใบ และผลอ่อนฝรั่ง

        4. ดอก ดอกของฝรั่งจะมีเกสรตัวผู้ และตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน ดอกเกิดที่ตาข้างบริเวณเหนือซอกใบ มักไม่เกิดที่ตายอด เกิดเป็นดอกเดี่ยวหรือดอกช่อ จำนวน 2-3 ดอกต่อช่อ ก้านดอกสีเขียวอมเหลือง มีขนปกคลุม เมื่อติดผลมีสีเขียวอ่อน มีกลีบรองดอก 4-6 อัน มีสีเขียวอมเหลือง มีขนอ่อนปกคลุม ดอกตูมจะมีกลีบเลี้ยงหุบห่อหุ้มดอกไว้ และจะแตกออกเมื่อดอกเริ่มคลี่บาน ชั้นกลีบเลี้ยงจะไม่ร่วงออกจนผลแก่ก็ยังติดอยู่ ชั้นกลีบดอกสีขาวรูปร่างรีขนาดเท่ากัน มีจำนวน 4-5 อัน เกสรตัวผู้มีจำนวนมาก และแทรกอยู่รอบๆ อับเกสรสีเหลืองอ่อน และแตกตามความยาว เกสรตัวเมียมีรังไข่ 4-5 ช่อง ก้านเกสรตัวเมียเรียวยาว มีสีเขียวอมเหลือง ไม่มีขน ยอดเกสรตัวเมียมีตุ่มเล็กๆ
        5. ผล รูปร่างกลมหรือรูปไข่ เป็นป่องตรงปลาย เส้นผ่าศูนย์กลาง 5-9 เซนติเมตร ยาว 5-12 เซนติเมตร ขึ้นกับพันธุ์ และความอุดมสมบูรณ์ของดิน รวมถึงปัจจัยการดูแล มีชั้นกลีบเลี้ยงติดอยู่ที่ปลาย เปลือกโดยทั่วไปเรียบ และขรุขระเล็กน้อย ผิวเปลือกเป็นมัน ผลอ่อนมีสีเขียวเข้ม ผลแก่มีสีเขียวอ่อน เมื่อสุกจะมีสีเหลืองอ่อนหรือสีเหลืองขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เนื้อผลมีสีขาว สีขาวชมพู และเหลือง

ฝรั่ง

        6. เมล็ด แทรกตัวในเนื้อชั้นในบริเวณใจกลางของผล เมล็ดอาจมีจำนวนมาก จำนวนน้อยหรือไม่มีเลย ขึ้นอยู่กับพันธุ์ เมล็ดมีลักษณะกลมมน สีเหลืองอ่อนหรือน้ำตาลอมเหลือง เปลือกเมล็ดมีลักษณะแข็งมาก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.2-0.3 เซนติเมตร และยาว 0.3-0.5 เซนติเมตร

การเตรียมดิน
        การปลูกฝรั่งในพื้นที่ลุ่มน้ำท่วมถึงควรทำการยกร่องปลูก โดยยกร่องให้มีขนาดความกว้างของหลังร่องประมาณ 6 เมตร มีคูน้ำกว้างประมาณ 1.5 เมตร ความยาวของสันร่องแล้วแต่พื้นที่ ความสูงไม่จำกัด แต่ถ้าเป็นที่ดอนไม่จำเป็นต้องยกร่อง จากนั้นก็ปรับปรุงดินโดยการตากดินเพื่อฆ่าเชื้อโรค และเมล็ดวัชพืช ใส่ปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมักในปริมาณเท่า ๆ กัน อัตราปุ๋ย 1 ส่วนต่อดิน 2 ส่วน เพื่อให้ดินร่วนซุย

วิธีปลูก
        หลังจากเตรียมหลุมปลูกเรียบร้อยแล้ว ให้นำกิ่งพันธุ์ที่ชำไปปลูกลงในหลุม กลบดินให้แน่นพอสมควร แล้วใช้ไม้ปักเป็นหลักผูกกันลมโยกและรดน้ำทันที จากนั้นใช้ทางมะพร้าวมาคลุมพรางแสงแดดให้แก่ต้นฝรั่งจนกว่าต้นฝรั่งจะตั้งตัวได้
การให้น้ำ
        หลังจากปลูกฝรั่งแล้วต้องหมั่นคอยรดน้ำในช่วงระยะแรกจนกว่าต้นฝรั่งจะตั้งตัวได้หลังจากนั้นก็ต้องสังเกตดูความชุ่มชื้นของดิน ถ้าดินแห้งมากต้องรีบให้น้ำ และถ้ามีฝนตกหนักก็ควรระบายน้ำออกบ้าง การให้น้ำจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามความต้องการของต้นฝรั่ง ปริมาณความชื้นของดินในระหว่างการออกผลมีความสำคัญ เพราะจะก่อให้เกิดการร่วง การแตก และขนาดของผล

การใส่ปุ๋ย
        โดยปกติการปลูกพืชทุกชนิดควรมีการใส่ปุ๋ยทั้งปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมี สูตรที่แนะนำ คือ 15-15-15 หรือ 13-13-21 ฝรั่งเมื่อออกดอกแล้วจำเป็นต้องให้น้ำและปุ๋ยไนโตรเจนเพื่อให้ได้ผลผลิตสูงขึ้นทุก ๆ ปี ควรให้ปุ๋ยประมาณ 2 กิโลกรัม/ต้น/ปี หรือมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับอายุของต้นและปริมาณผลผลิต และหากจะให้ฝรั่งมีรสหวานยิ่งขึ้นให้ใช้ปุ๋ยเกร็ดสูตร 5-30-30 พ่นก่อนเก็บผล 1 เดือน โดยนำปุ๋ยเกร็ดมาผสมน้ำฉีดพ่น ฉีดอาทิตย์ละครั้ง ประมาณ 2 ครั้ง จากนั้นประมาณ 15 วัน จึงเก็บผล

การปลูกฝรั่งในกระถาง 

วิธีเตรียมตินสำหรับปลูกฝรั่ง

  • ดิน (ซื้อมาเป็นถุง หรือกระสอบ)  1 ส่วน
  • ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยขี้วัว 1 ส่วน
  • กากมะพร้าวสับ 1 ส่วน สำหรับรองก้น
พื้นที่และกระถางสำหรับปลูก
  • พื้นที่ที่ปลูก ควรเป็นที่ที่ถูกแดดจัด และลมพัดผ่าน น้ำไม่ท่วม
  • หรือถ้าปลูกลงกระถาง แนะนำให้มีหน้ากว้างอย่างน้อย 
ขั้นตอนการลงมือปลูก
  1. เริ่มต้นให้ใส่กากมะพร้าวสับลงในกระดาย ใส่ดินครึ่งหนึ่ง จากนั้นใส่ปุ่ยคอก และคลุกเคล้ากัน 
  2. ใส่ต้นไม้ ลงไป ระวังราก อย่าให้กระทบกระเทือน
  3. ใส่ดินที่เหลือลงไป กดให้แน่นพอประมาณ
  4. รดน้ำให้ชุ่ม  เช้า เย็น
โดยเฉพาะช่วงแรกๆ แนะนำอย่าลืมรดน้ำ น่ะครับ แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าฝนก็คงไม่มีปัญหา โดยเฉพาะการปลูกลงกระถาง ต้องขยันหน่อยครับ เพราะต้นไม้ไม่สามารถหาน้ำได้จากดินทั่วไป

วิธีเก็บเกี่ยวผลฝรั่ง
         ดูง่าย แค่ดูที่ผิวของฝรั่ง ถ้าแก่ แสดงว่ายังไม่สุก ลองกดดูได้ แต่สุกแล้ว จะมีผิวสีเขียวอ่อน สวย น่ารับประทาน และที่สำคัญฝรั่งออกลูกได้ทั้งปีครับ
ข้อควรระวังการปลูกฝรั่ง
         ระหว่างทีต้นฝรั่งยังไม่ต้นมากนัก ความแข็งแรงทนต่อโรคก็จะน้อย โดยเฉพาเพลี้ยแป้งสีขาว ที่จะมาตามลม แนะนำว่า ให้ตรวจสอบใต้ใบฝรั่ง ถ้ามีอะไรสีขาวติด  ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง เพราะเราคงไม่อยากกินยาฆ่าแมลงกับฝรั่งของเรา  แนะนำง่ายๆ ครับ ให้ใช้น้ำฉีดใต้ใบ แค่นี้ก็สามารถไล่เพลี้ยแป้งสีขาวได้แล้วครับ

สรรพคุณของฝรั่ง
         ฝรั่งเป็นผลไม้พื้นบ้านที่มีให้รับประทานเกือบทั้งปี นอกจากจะมีคุณค่าทางอาหารแล้ว ฝรั่งยังมีสรรพคุณเป็นยารักษาโรค ดังนี้
  1.  ราก นำมาต้มน้ำดื่ม แก้น้ำเหลืองเสีย แก้เลือดกำเดาไหล
  2. ส่วนทั้งต้น นำมาต้มน้ำดื่มหรือทาภายนอก แก้ฝีหนอง และน้ำเหลืองในแผล ช่วยดับกลิ่น แก้โรคผิวหนัง แก้ลมพิษ แก้ผดผื่นคัน แก้อาการบวม แก้ตกเลือด แก้อาการท้องเดิน อาการท้องร่วง
  3. เปลือก นำมาบดทาแผลช่วยสมานแผล และฆ่าเชื้อ นำมาต้มน้ำดื่มแก้ท้องร่วง
  4. ผล รับประทานช่วยผิวพรรณแลดูสดใส เนื่องจากประกอบด้วยวิตามินหลายชนิด นอกจากนั้นช่วยในการต้านทานโรคหวัด เสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงเหงือก และฟัน ป้องกันโรคกระดูกเสื่อม กระดูกพรุน ป้องกันโรคเลือดออกตามไร้ฟัน แก้ท้องผูก แก้ท้องร่วง ช่วยดับกลิ่นปาก บรรเทาอาการเจ็บคอได้
  5. ใบ นำมาต้มน้ำดื่มแก้ท้องร่วง ท้องเดิน รักษาโรคกระเพาะ โรคลำไส้อักเสบ หรือนำมาบดประคบแผลช่วยห้ามเลือด และรักษาแผล ใช้ระงับกลิ่นตัว รักษาโรคผิวหนัง และในใบฝรั่งมีน้ำมันหอมระเหยที่สามารถระงับกลิ่นปากจากเหล้า และบุหรี่ได้ดี และยังช่วยบำรุงเหงือก และฟันด้วย
  6. การใช้ฝรั่งรักษาอาการท้องร่วง ทำได้ดังนี้
           – ยอดอ่อนนำมาย่างไฟให้เหลืองกรอบหรือนำมาสดมาต้มน้ำดื่ม
           – นำใบฝรั่ง ประมาณ 10-15 ใบ มาล้างน้ำให้สะอาด โขลกให้แหลก คลุกผสมน้ำ 1 แก้ว นำไปต้มให้ร้อน ใส่เกลือเล็กน้อย ใช้ดื่มเป็นน้ำชาสดใบฝรั่ง
           – นำใบสดที่ตากแห้งแล้วนำมาต้มน้ำดื่มใช้ดื่มเป็นน้ำชาใบฝรั่ง

ที่มา : myveget.com
การเพาะปลูกฝรั่ง (Guava) Reviewed by หนุ่มอุบล ฅนอีสาน on 05:47 Rating: 5

ติดต่อเรา

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *

การปลูกผักสวนครัว @2560. ขับเคลื่อนโดย Blogger.